สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


ใครต่อใครก็ว่าตลาดอสังหาฯตอนนี้ซบเซาลงเป็นอย่างมากจากผลกระทบปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อข้ามปี แต่สำหรับ บมจ.พฤกษาเรียลเอสเตท แล้ว ปีนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปีที่พฤกษาสามารถทำผลประกอบการได้สูงอีกปีหนึ่ง เนื่องจากตลาดอสังหาฯแนวราบที่เป็นแนวถนัดกำลังไปได้สวยท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตต่างๆที่คาดว่าจะไม่จบอยู่แค่ไตรมาส 2 เท่านั้น


สถานการณ์ภายในประเทศที่ยังไม่เป็นใจทำให้อุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างของไทยยังคงเงียบๆเชียบๆ แม้จะมีโครงการก่อสร้างที่เก็บตกจากปี 2555-2556 อยู่มากโข แต่ถ้าหากแนวโน้มในปี 2557 ไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นตัวได้เร็ว ก็อาจจะส่งผลต่อสภาพคล่องและผลประกอบการในปีนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้


ทิศทางการลงทุนของโครงการอสังหาฯประเภทโรงแรมที่เติบโตขึ้นเป็นอย่างมากในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้นักลงทุนข้ามชาติต่างให้ความสนใจเพิ่มขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะในปี 2558 ที่จะมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC อย่างเป็นทางการ ซึ่งนอกจากในกลุ่มสิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ที่มีตลาดโรงแรมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีกลุ่มน้องใหม่ไฟแรงที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดโรงแรมมีการขยายตัวมากกว่า 30% ทุกปี


ในปี 2014 นี้ ใครๆต่างก็อยากจะรู้ว่าธุรกิจไหนจะเป็นขาขึ้น และตลาดสินค้าประเภทใดที่จะมา แต่ถ้าหากมองในภาพรวมแล้ว สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดในช่วง 2 ปีนี้คือ กลุ่มธุรกิจที่จะมาพร้อมกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เพราะนอกจากจะมีการลงทุนโครงการใหม่ๆอย่างหลากหลายแล้ว กำลังซื้อในกลุ่ม 10 ชาติสมาชิกอาเซียนจะกลายเป็นตลาดใหม่ที่มีความสำคัญในยามที่หลายประเทศในกลุ่มผู้นำโดนพิษวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อตลาดอาเซียนถูกจับตาในฐานะตัวแปรใหม่ๆในการสร้างโอกาสพลิกฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก


แม้จะใกล้เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเข้ามาทุกที แต่ปัจจัยภายในประเทศของไทยยังไม่เรียบร้อย ทำให้ภาคธุรกิจหลายกลุ่มขยับขยายออกไปหาช่องทางยังประเภทเพื่อนบ้านล่วงหน้า ส่วนหนึ่งแม้จะเพื่อเป็นใบเบิกทางสำหรับ AEC แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นมาจากผลกระทบของวิกฤตการเมืองของไทยที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ


ผ่านไตรมาสแรกมาแบบใจหายใจคว่ำสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่ต้องฝ่าขวากหนามวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจลากยาวกว่า 6 เดือนแล้ว แต่สถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 แม้จะออกเริ่มต้นด้วยอุปสรรคและปัจจัยลบต่างๆ แต่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯก็ยังก้าวผ่านเพื่อลุ้นต่อไตรมาส 2 แต่กว่าที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะผ่านไตรมาสแรกมาได้ก็มีทั้งแบบผ่านมาได้แบบสบายๆและแบบหืดขึ้นคอ


สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่ยังยืดเยื้อกว่า 6 เดือน ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก และไม่ใช่เพียงแต่ในพื้นที่ชุมนุมในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่ยังลามออกไปยังต่างพื้นที่ต่างจังหวัดที่ประชาชนส่วนใหญ่เทความสนใจไปที่เวทีการเมืองมากกว่าจะสนใจออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่สดใส ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่อเค้าซึมยาวและอาจจะลุกลามไปถึงครึ่งปีหลังหากทุกฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อยุติต่อกันได้


ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียมให้เช่า ต่างก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าจากวิกฤตการเมืองที่ลากยาวข้ามปี ทำให้ภาคอสังหาฯในทุกกลุ่มตลาดต่างต้องเร่งปรับตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นและสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง


อาจจะเป็นปีที่หนักหนาสาหัสเอาการสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่ขาดแรงกระตุ้นในการลงทุนขับเคลื่อนเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ซึ่งจากวิกฤตการเมืองที่ยังตึงเครียดทำให้โครงการก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐยังเดินหน้าไม่ได้ โดยเฉพาะโครงการใหม่ๆที่อาจจะขาดช่วงไปเกือบ 1 ปีเต็มๆ


ข่าวเครื่องบินสัญชาติมาเลย์สูญหายลึกลับ ,แผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย , น้ำท่วมในฟิลิปปินส์ , ปัญหาการเมืองในไทย , พายุฝนในเวียดนาม ปัญหาชนกลุ่มน้อยในพม่า และอีกหลากหลายปัญหานานัปการของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ส่งผลต่อความพร้อมในการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน(AEC)มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในสายตานักลงทุนจากต่างชาติที่พร้อมจะรับมือกับความเสี่ยงของแต่ละชาติได้หรือไม่?