สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


หลังจากมีแรงกดดันจากต่างชาติพอสมควรสำหรับการบริหารประเทศโดย คสช. ทำให้วงล้อเศรษฐกิจที่วางนโยบายเอาไว้อาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดกันไว้นัก ซึ่งแน่นอนว่าด่านแรกที่จะต้องเจอก็คือการถูกกดดันในด้านการค้า การส่งออก และการลงทุนข้ามชาติ ทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศอาจจะถูกปรับลดจากแรงต้านดังกล่าว แต่ทั้งนี้กรอบนโยบายที่ คสช. ได้วางไว้เกี่ยวกับการเดินหน้าพัฒนาประเทศที่ต้องเริ่มจากภายใน ทำให้มองได้อีกมุมว่า คสช. กำลังกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในให้แข็งแกร่งก่อนหรือไม่ เพื่อสร้างรากฐานของไทยให้เข้มแข็ง และเน้นการพึ่งพาตัวเองก่อนออกไปเผชิญหน้ากับเวทีโลก


แม้ว่าการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2558 แต่บรรดาประเทศสมาชิกต่างก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่างๆที่อาเซียนได้ลงนามร่วมกัน ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและนักลงทุนมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด


นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ค่อนข้างจะปรับตัวได้เป็นอย่างดีในช่วงที่การเมืองผันผวนในช่วงต้นปีที่ผ่านมาสำหรับตลาดวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากยอดขายและตลาดยังคงเคลื่อนไหวในกรอบปรกติไม่ซบเซามากเหมือนอย่างที่กังวลกันไว้ ซึ่งสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังก็มีแนวโน้มที่ค่อนข้างเป็นบวกหลังจากที่ คสช. มีนโยบายสนับสนุนในด้านโครงการก่อสร้างหลายภาคส่วน


สำหรับคนที่รอนโยบายกระตุ้นอสังหาฯ คงต้องบอกต่อว่า มาแล้วตามคำเรียกร้อง ซึ่งแม้จะเป็นนโยบายทางด้านสินเชื่อ แต่คาดว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มากพอสมควร โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง-ล่าง ที่อาจจะได้เฮมากว่าใคร เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่เน้นช่วยผู้ซื้อบ้านหลังย่อมราคาไม่สูงมากเป็นหลัก


ช่วงนี้การลงทุนเมกะโปรเจ็กส์ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอาจจะไม่มีข่าวไหนฟังแล้วรื่นหูเท่ากับการเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งแม้ว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงอาจจะไม่ได้เห็นในอนาคตอันใกล้ แต่สำหรับในมุมมองของผู้ประกอบการในฝั่งอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างแล้ว การเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งล้วนแต่เป็นสัญญาณที่ดีในการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้อีกก้าวหนึ่ง


หลังจากที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น กระแสที่มาพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงก็คือ อนาคตประเทศไทยอีกครึ่งปีที่เหลือของปี 2557 จะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งหากมองจากมุมของนักลงทุนชาวต่างชาติระดับความเชื่อมั่นและทัศนคติอาจจะมองภาพลักษณ์ประเทศในมุมที่ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ สวนทางกับความเชื่อมั่นในประเทศไทยที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยประเมินว่าสูงขึ้นที่สุดในรอบ 14 เดือน


กระแสการเมืองที่ยังไม่นิ่งแม้จะมีการรัฐประหารมาแล้วระยะหนึ่ง ทำให้ฝ่ายผู้ประกอบการและนักธุรกิจต่างออกมาประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนรับมือช่วงครึ่งปีหลัง โดยในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านที่แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไม่แพ้กลุ่มโครงการจัดสรร แต่หัวเรือใหญ่อย่าง “สมาคมไทยรับสร้างบ้าน” ยังมองในแง่บวกแม้จะยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก


ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้วสำหรับปี 2557 แต่สถานการณ์การเมืองที่ยังยืดเยื้อข้ามปียังหาบทสรุปยังไม่ได้ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมมียอดลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจากอัตรานักท่องเที่ยวที่เข้าพักในกรุงเทพฯลดลงทำให้ตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯมียอดต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยอัตราการเข้าพักในบางแห่งน้อยกว่าต่างจังหวัดเสียด้วยซ้ำ


อีกไม่ถึงหนึ่งปีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ในหลายๆธุรกิจในภูมิภาคนี้ได้มีการขยายการลงทุนและจับมือร่วมกันระหว่างประเทศเกิดขึ้นก่อนแล้วเสมือนเป็นระยะทดลองก่อนลงสนามจริง ซึ่งหลายประเทศได้มีการขยับนโยบายเตรียมความพร้อมเปิดไฟเขียวให้นักลงทุนอย่างเต็มที่จนส่งผลให้ตัวเลขแนวโน้มของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ค่อนข้างสดใสในสายตาของนักลงทุนที่กำลังมองหาตลาดใหม่ระหว่างรอฝั่งยุโรปฟื้นตัวอย่างเต็มที่


ภาพรวมของเศรษฐกิจที่ดูเหมือนจะติดลบมากกว่าจะฟื้นตัวทำให้ภาคธุรกิจในหลายแวดวงมีความกังวลว่าผลประกอบการในครึ่งปีแรกอาจจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากกำลังซื้อทั้งจากนักลงทุนและผู้บริโภคทั่วไปชะลอตัวลงจากความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจและการเมืองในบ้านเรา แต่ในงาน “Money Expo 2014” ที่เพิ่งจัดขึ้นสดๆร้อนๆกลับคึกคักผิดคาด โดยเฉพาะฝั่งสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลที่มาแรงสุดๆจนผู้จัดงานมีความหวังเล็กๆขึ้นมาว่าเศรษฐกิจประเทศไทยอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่หลายๆคนคิด