สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวให้วิตกกังวลสำหรับปริมาณคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯที่มีแนวโน้มโอเวอร์ซัพพลาย จากปริมาณยูนิตเปิดขายในตลาดที่พุ่งสูงกว่า 85,000 ยูนิตตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นมีแรงกดดันทั้งจากตลาดเองและจากนักลงทุนที่หวั่นเจอวิกฤตฟองสบู่อสังหาฯอีกรอบ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีมุมมองที่ต่างออกไปว่า ถึงแม้ว่าตลาดคอนโดในกรุงเทพฯจะมีปริมาณมากจนเกือบล้น และในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เจออุปสรรคจากวิกฤตการเมือง แต่ปัจจัยดังกล่าวก็ยังไม่ใช่สาเหตุที่จะเป็นตัวแปรที่จะทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมเกิดการชะลอตัวและเข้าสู่ช่วงขาลงในปีนี้


ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นที่จับตาจากทุกฝ่ายถึงการเลือกตั้งและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่สิ่งที่ทุกฝ่ายต่างให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือ แผนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจจาก คสช. ที่ในขณะนี้โครงการที่เป็นที่จับตามากที่สุดคงหนีไม่พ้นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ คสช. เตรียมที่จะลงทุนในปีงบประมาณแรกของปี 2558


กระแสฟุตบอลโลกทำให้หลายธุรกิจกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะกับการใช้จ่ายในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งก็มีสินค้าจำนวนไม่น้อยที่อิงกระแสบอลโลกจัดแคมเปญเพื่อจูงใจลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มห้างสรรพสินค้าและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่พร้อมใจกันกระตุ้นยอดขายเรียกแขกกันสุดฤทธิ์เพราะช่วงเวลาทอง 1 เดือนในช่วงเดือนเทศกาลฟุตบอลโลกปีนี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนการตลาดที่เหลืออีกครึ่งปีหลังของปีนี้


หลังจากมีแรงกดดันจากต่างชาติพอสมควรสำหรับการบริหารประเทศโดย คสช. ทำให้วงล้อเศรษฐกิจที่วางนโยบายเอาไว้อาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คาดกันไว้นัก ซึ่งแน่นอนว่าด่านแรกที่จะต้องเจอก็คือการถูกกดดันในด้านการค้า การส่งออก และการลงทุนข้ามชาติ ทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศอาจจะถูกปรับลดจากแรงต้านดังกล่าว แต่ทั้งนี้กรอบนโยบายที่ คสช. ได้วางไว้เกี่ยวกับการเดินหน้าพัฒนาประเทศที่ต้องเริ่มจากภายใน ทำให้มองได้อีกมุมว่า คสช. กำลังกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในให้แข็งแกร่งก่อนหรือไม่ เพื่อสร้างรากฐานของไทยให้เข้มแข็ง และเน้นการพึ่งพาตัวเองก่อนออกไปเผชิญหน้ากับเวทีโลก


แม้ว่าการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2558 แต่บรรดาประเทศสมาชิกต่างก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่างๆที่อาเซียนได้ลงนามร่วมกัน ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและนักลงทุนมากเป็นอันดับต้นๆ เพราะจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด


นับว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ค่อนข้างจะปรับตัวได้เป็นอย่างดีในช่วงที่การเมืองผันผวนในช่วงต้นปีที่ผ่านมาสำหรับตลาดวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากยอดขายและตลาดยังคงเคลื่อนไหวในกรอบปรกติไม่ซบเซามากเหมือนอย่างที่กังวลกันไว้ ซึ่งสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังก็มีแนวโน้มที่ค่อนข้างเป็นบวกหลังจากที่ คสช. มีนโยบายสนับสนุนในด้านโครงการก่อสร้างหลายภาคส่วน


สำหรับคนที่รอนโยบายกระตุ้นอสังหาฯ คงต้องบอกต่อว่า มาแล้วตามคำเรียกร้อง ซึ่งแม้จะเป็นนโยบายทางด้านสินเชื่อ แต่คาดว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มากพอสมควร โดยเฉพาะในตลาดระดับกลาง-ล่าง ที่อาจจะได้เฮมากว่าใคร เนื่องจากนโยบายส่วนใหญ่เน้นช่วยผู้ซื้อบ้านหลังย่อมราคาไม่สูงมากเป็นหลัก


ช่วงนี้การลงทุนเมกะโปรเจ็กส์ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอาจจะไม่มีข่าวไหนฟังแล้วรื่นหูเท่ากับการเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งแม้ว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงอาจจะไม่ได้เห็นในอนาคตอันใกล้ แต่สำหรับในมุมมองของผู้ประกอบการในฝั่งอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างแล้ว การเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งล้วนแต่เป็นสัญญาณที่ดีในการกระตุ้นการลงทุนและเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้อีกก้าวหนึ่ง


หลังจากที่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น กระแสที่มาพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงก็คือ อนาคตประเทศไทยอีกครึ่งปีที่เหลือของปี 2557 จะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งหากมองจากมุมของนักลงทุนชาวต่างชาติระดับความเชื่อมั่นและทัศนคติอาจจะมองภาพลักษณ์ประเทศในมุมที่ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ สวนทางกับความเชื่อมั่นในประเทศไทยที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยประเมินว่าสูงขึ้นที่สุดในรอบ 14 เดือน


กระแสการเมืองที่ยังไม่นิ่งแม้จะมีการรัฐประหารมาแล้วระยะหนึ่ง ทำให้ฝ่ายผู้ประกอบการและนักธุรกิจต่างออกมาประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนรับมือช่วงครึ่งปีหลัง โดยในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านที่แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไม่แพ้กลุ่มโครงการจัดสรร แต่หัวเรือใหญ่อย่าง “สมาคมไทยรับสร้างบ้าน” ยังมองในแง่บวกแม้จะยังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก