สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


ราคาคอนโดฯพุ่งไม่หยุด คาดแนวโน้มหลังเปิด AEC ใจกลางกรุงเทพฯมีสิทธิ์แตะ 4 แสนบาท/ตรม. เหตุจากพื้นที่จำกัด และการกระจุกตัวของแหล่งเศรษฐกิจของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร


ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 แม้จะเป็นการเริ่มทำงานครั้งแรกของรัฐบาลประยุทธ์ 1 แต่หลายฝ่ายก็อดคาดหวังกับการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ เพราะแทบจะทั้งปี 2557 นี้ หลายธุรกิจต่างบอบช้ำจากหลายวิกฤตทั้งภายในและภายนอก ทำให้ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี แทบทุกธุรกิจต่างรอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลอย่างเต็มที่เพื่อชดเชยกับครึ่งปีแรกที่หายไป

สำหรับในภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น กลุ่มที่ออกมาเตรียมพร้อมสำหรับไฮซีซั่นของปลายปีก่อนเพื่อนก็คือ กลุ่มอสังหาฯพาณิชย์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นโรงแรม และ ห้างสรรพสินค้า ซึ่งในช่วงปลายปีถือว่าเป็นช่วงที่คึกคักมากที่สุดจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ


ในช่วงเวลานี้คงเป็นที่น่าจับตาว่าสำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะมีนโยบายแบบไหนในการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในช่วงระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ถูกจับตาคือ การลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆทั้งในส่วนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศและทางราง ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นทั้งการลงทุนภาครัฐและเอกชนแล้ว จะยังมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศรวมไปถึงความเชื่อมั่นจากนานาชาติต่อคณะรัฐบาลชุดใหม่นี้


นับเป็นสัญญาณที่ดีในรอบปีก็ว่าได้ เมื่อผลสำรวจดัชนีความต้องการซื้อในตลาดอสังหาฯปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือน ทั้งนี้แม้ว่าจะสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตต่างๆ แต่สถานการณ์ในตลาดอสังหาฯก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับปัญหาอีกหลากหลายโดยเฉพาะปัญหาราคาวัสดุก่อสร้าง ที่แว่วมาว่าอาจจะมีการปรับราคาครั้งใหญ่อีกครั้งหากโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆกลับมาเดินหน้าได้ตามปรกติ


หลังจากที่ประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 มาสดๆร้อนๆ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปถึง “รัฐบาลใหม่” และแนวนโยบายในการบริหารประเทศด้านต่างๆที่ล้วนแต่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศทั้งในปลายปีนี้และปีหน้าที่มีการเปิด AEC อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในฝั่งผู้ประกอบการเอกชนที่ต่างฝากความหวังไว้กับนายกฯคนใหม่เป็นอย่างยิ่งว่าเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆจะเร่งเดินหน้าเพื่อชดเชยวันเวลาที่เสียไปกับวิกฤตการเมืองมานานเต็มที


โค้งสุดท้ายแห่งปีแล้วก็ว่าได้สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2557 นี้ ซึ่งหลังจากผ่านครึ่งปีแรกมาได้ ทำให้หลายคนมองว่าครึ่งปีหลังอาจจะเป็นงานเบาๆสำหรับผู้ประกอบการในการกลับคืนสู่กระแสตลาดอีกครั้ง ซึ่งเมื่อผนวกกับแผนเดินหน้าการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์อีกหลายโครงการที่ คสช. มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้หลายบริษัทเตรียมแผนรุกตลาดอสังหาฯอย่างจริงจังทั้งในไตรมาส 4 นี้ยาวไปจนถึงปี 2558


สถานการณ์ตลาดอสังหาฯท่ามกลางวิกฤตนานาประการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่งผลต่อบรรยากาศการซื้อขายและการลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทำให้แนวโน้มตลาดในปี 2557 อาจจะไม่มีพลิกโผนัก จากวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้ตลาดอสังหาฯที่เคยเติบโตเป็นอย่างมากในปี 2556 ทรุดลงชนิดดิ่งเหว โดยเฉพาะในตลาดที่เน้นเจาะลูกค้าให้เช่า หรือนักลงทุนที่เงียบเหงาลงไปถนัดตา ส่งผลให้พื้นที่ขายในตลาดอสังหาฯปี 2557 ส่วนใหญ่ตกอยู่ในกำมือของโครงการประเภทแนวราบเกินกว่าครึ่งหนึ่ง และแน่นอนว่าสัดส่วนการตลาดเกือบ 70% เป็นของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ จนทำให้น่าวิตกว่า ในอนาคตผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยกำลังจะค่อยๆถูกกลืนหายไปพร้อมๆกับวิกฤตต่างๆในปี 2557 นี้


หลังจากเศรษฐกิจและการเมืองไทยผ่านครึ่งปีแรกมาได้แบบไม่ราบรื่นนัก แต่อย่างน้อยสำหรับหลายธุรกิจก็ยังสามารถยืนหยัดในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งกุญแจสำคัญของการทำธุรกิจของแต่ละบริษัทล้วนมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป ประสบความสำเร็จมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่วิธีการบริหารของแต่ละคน แต่สำหรับ SCG ที่ฝ่าด่านวิกฤตการเมืองข้ามผ่าน 6 เดือนแรกของปี 2557 ด้วยยอดขายกว่า 2.46 แสนล้านบาท นั้น มีกุญแจกลยุทธ์ชั้นเลิศอะไรบ้างในการไขปัญหาและวิกฤตต่างๆจนสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตที่รุมเร้ารอบด้าน


ประเทศเพื่อนบ้านที่เชื่อมต่อกับไทยในฝั่งตะวันออกอย่าง “กัมพูชา” แม้จะเป็นประเทศที่ยังมีตลาดอสังหาฯที่จำกัด แต่หลังจากที่มีการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนเกิดขึ้นในปี 2558 กัมพูชาอาจจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีตลาดอสังหาฯเติบโตขึ้นหลายเท่าตัวจากผลพวงการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่จะเป็นจุดแข็งหลักในการผลักดันภาพรวมอาเซียนให้เติบโตขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม


หลังจากเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับโครงการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดย คสช. แล้ว ทำให้เกิดผลดีต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคสินค้าวัสดุก่อสร้างที่คึกคักขึ้นมาทันตา โดยเฉพาะในฝั่งสินค้าวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กและปูน ที่เป็นหัวใจสำคัญในการก่อสร้างเร่งวางแผนการผลิตกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะปริมาณความต้องการสินค้าในตลาดมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัวหากนับจากโครงการที่จะมีการลงทุนในปี 2558 ก็พุ่งสูงเกินระดับแสนล้านบาทไปแล้ว