สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


คำถามที่ฮอตในช่วงนี้คือ ถ้าซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมตอนนี้จะต้องเสียภาษีที่ดินอย่างไร? และต้องจ่ายเท่าไหร่? นับว่าเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมสำคัญที่สั่นคลอนตลาดอสังหาฯในไตรมาสแรกนี้ สำหรับกฎหมายภาษีที่ดินที่มีแววว่าจะบังคับใช้จริงโดยรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งแม้ว่าอาจจะเริ่มเก็บแบบค่อยเป็นค่อยไปหรืออาจมีเกณฑ์ผ่อนผันยกเว้นออกมาอีกหลายระลอกตามเสียงสะท้อนของสังคม หากแน่นอนว่าผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายอสังหาฯย่อมต้องมีตามมาแต่จะมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ตลาดและกลุ่มผู้บริโภค


บทพิสูจน์ตลาดอสังหาฯในยามเศรษฐกิจซบเซาก็คือ ความสามารถในการบริหารจัดการและการควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ซึ่งในช่วงสองเดือนแรกของปี 2558 บรรยากาศที่ซบเซาของภาคเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางด้านการเมืองสังคมและสภาพคล่องทางการเงินที่ไม่คล่องตัว ทำให้การตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจยืดระยะเวลาการซื้อขายออกไป ส่งกระทบต่อตลาดอสังหาฯที่พลอยฟ้าพลอยฝนมาตั้งแต่ปีที่แล้วยาวมาจนถึงต้นปีนี้


ในช่วงปีนี้ อาจจะนับได้ว่าเป็นช่วงขาขึ้นของระบบรางที่รัฐบาลเดินหน้าลุยในหลายโครงการทั้งโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่ หรืออาจจะรวมไปถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ยังคงเป็นที่จับตาจากหลายฝ่ายว่า ไทยจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมระบบรางมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในมุมมองของนักลงทุนในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ โครงการของภาครัฐถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อย่างมหาศาล แต่ในทางกลับกัน ความไม่แน่นอนหรือความไม่มีเสถียรภาพในด้านการเมืองก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การลงทุนไม่ราบรื่นอย่างที่คาดหวังกันเอาไว้


อาจจะนับว่าเป็นข่าวดีรับปีใหม่สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างก็ว่าได้ หลังจากแนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลกส่อแววลดราคาลงอีก 5-15% จากผลพวงของราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง ซึ่งสำหรับในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเร่งพัฒนาโครงการก่อสร้างต่างๆรับการเปิด AEC ในสิ้นปีนี้นั้น ปัจจัยด้านราคาวัสดุก่อสร้างอย่างเหล็กเส้นจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดแนวโน้มของอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศได้อย่างคาดไม่ถึง


สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศไทยก็ดี และเศรษฐกิจในภาพรวมทั่วโลกก็ดียังคงอึมครึมไม่สดใสรับปีใหม่เอาเสียเลย ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์การลงทุนและการฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินจากปีก่อนๆยังไม่กระเตื้องขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจส่อแววปั่นป่วนตั้งแต่ต้นปี เพราะยังไม่รู้ว่าไตรมาสแรกนี้จะทำยอดตามเป้าได้หรือไม่ โดยเฉพาะภาคอสังหาฯที่อาจต้องปวดหัวกับวิกฤตหนี้ครัวเรือนที่อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดอสังหาฯไม่โตได้อย่างที่หวัง


เริ่มต้นศักราชใหม่ปีมะแมกับข่าวดีเกี่ยวกับโครงการเมกะโปรเจ็กต์หลายโครงการ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายต่างก็คาดหวังว่า ประเทศไทยในปี 2558 นี้ อะไรต่างๆน่าจะดีขึ้นพร้อมๆกับการก้าวมาของปีใหม่นี้


จากภาพรวมเศรษฐกิจที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทำให้ภาคธุรกิจต่างต้องพยายามดิ้นรนเพื่อสู้กับวิกฤตในปีหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโอกาสที่เศรษฐกิจของไทยจะเติบโตจาก AEC ยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการเดินหน้ากลยุทธ์ในทางธุรกิจ หากปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญก็คือ ภาคเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะย่ำแย่ไปอย่างน้อยอีกหลายเดือน ก็ทำให้ผู้ประกอบการต่างกังวลว่ากำลังซื้อในแต่ละกลุ่มจะได้รับผลกระทบมากหรือน้อยอย่างไรบ้าง


นับว่าเป็นธงนำปี 2558 ที่น่าสนใจสำหรับโครงการเมกะโปรเจ็กต์รถไฟของไทย ที่ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับจีนเดินหน้าทั้งโครงการรถไฟรางคู่และรถไฟรางมาตรฐานกึ่งความเร็วสูง ที่หลายฝ่ายต่างจับตาว่าเส้นทางปูพรมของเฟสแรกจะเบี่ยงไปทางทิศไหน ซึ่งในรอบแรกนี้ฝั่งอีสานและภาคตะวันออกดูจะยิ้มรับกันได้ถ้วนหน้า เพราะถูกบรรจุเป็นสถานีรายทางอันดับแรกๆ


อีกเพียงไม่กี่วันก็จะสิ้นสุดปี 2557 แล้ว หากสิ่งที่ใครๆต่างคาดหวังกับปี 2558 ก็คือ การพัฒนาสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นมากกว่าปีนี้ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ต่างคาดหวังและรอจังหวะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐให้ปลุกเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ในปีหน้าเสียที ชดเชยกับวันเวลาที่เสียไปในปีนี้ที่ช่วงเวลาดีๆหายไปพร้อมยอดขายด้วยเช่นกัน


อาจจะเป็นเพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น แต่ขนาดพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยไม่ได้ขยายเพิ่มขึ้นตาม ทำให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นเมืองที่มีอัตราประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศก็ว่าได้ ซึ่งจากปริมาณประชากรที่เข้ามาในกรุงเทพฯมากขึ้น ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอแม้จะมีโครงการอาคารสูงมากมายเพื่อชดเชย แต่ก็ดูเหมือนว่าความต้องการอยู่อาศัยยังคงมีปริมาณมาก หากสัญญาณการชะลอตัวของตลาดคอนโดมิเนียมกลางเมืองแสดงถึงสัญญาณที่ต้องจับตา ที่อาจจะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการตั้งเข็มจับทิศทางการลงทุนของตลาดอสังหาฯในปีหน้าก็ได้