สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


ด้วยสถานการณ์ที่รุมเร้าหลายด้านทั้งวิกฤตภัยแล้ง สภาวะเศรษฐกิจโลกและสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทำให้บรรยากาศการซื้อขายอสังหาฯในประเทศค่อนข้างเงียบเชียบผิดปรกติแม้ว่าจะเข้าสู่ครึ่งปีหลังที่หลายคนฝากความหวังไว้ก็ตาม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการที่เดินฝ่ามรสุมวิกฤตมาครึ่งปี หลายรายต่างเห็นพ้องว่าปีนี้ไม่ใช่ปีของเรา! แม้จะมีการจัดโปรโมชั่นอัดแคมเปญ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลตอบรับจากผู้บริโภคไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

 

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับบรรยากาศที่ประชาชนต่างระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากไม่มั่นใจกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่กันถ้วนหน้า ดังนั้นสินค้าที่จะสามารถเติบโตได้ในช่วงวิกฤตก็คือ กลุ่มสินค้าจำเป็นอย่างเช่นกลุ่มปัจจัย 4 และเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูงจนเกินไปนัก ซึ่งสำหรับสินค้าในกลุ่มโครงการบ้านและคอนโด แม้จะเป็นสินค้าในกลุ่มปัจจัย 4 แต่ความเกี่ยวเนื่องกับปัจจัยสภาพคล่องและการเงินระยะยาว ทำให้การตัดสินใจซื้อในกลุ่มผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทั้งในกลุ่มโครงการจัดสรรและบ้านสร้างเอง


โครงการขายฝันถึงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในตลาดอุปโภคบริโภค ทำให้หลายฝ่ายเริ่มประเมินอีก 6 เดือนที่เหลือของปี 2558 ว่า จะมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาอยู่ขณะนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้สภาพคล่องแต่ละธุรกิจอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้มากนัก โดยเฉพาะในฝั่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขณะนี้ผู้ประกอบการแต่ละเจ้าเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ให้ความสำคัญกับตลาด “เงินเย็น” หรือ กลุ่มสินค้าที่เน้นตอบโจทย์คุ้มค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองได้ในอนาคต


ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการหมายมั่นปั้นมือที่จะขยายตลาดออกสู่อาเซียนมากถึงมากที่สุด เพราะในสายตาประเทศเพื่อนบ้านของเรา สินค้าแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับจากตลาดในระดับหนึ่ง ดังนั้นโอกาสในการเข้าไปทำตลาดจึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงไม่แพ้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ซึ่งหลังจากที่ภาครัฐมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเร่งหาพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อสร้างช่องทางและโอกาสในการลุยตลาด AEC อย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทองไป


แม้ผ่านมาเกือบครึ่งทางของปี 2558 แล้ว แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ทำให้บรรยากาศของการซื้อขายในแวดวงธุรกิจไม่คึกคักเอาเสียเลย แต่ก็ใช่ว่าจะเงียบเหงาไปเสียทั้งหมด เพราะมีกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ที่สามารถฝ่าลมฝนและอุปสรรคสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นได้และพิชิตเป้าหมายรายได้ชนิดเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้


ย่างเข้าสู่กลางปี 2558 แล้ว แต่บรรยากาศในภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศของเรายังไม่ร้อนแรงเหมือนแสงอาทิตย์ขณะนี้ ซึ่งแม้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญหน้ากับมรสุมเศรษฐกิจและภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาฯ แต่หลายบริษัทก็สามารถทำยอดขายโครงการได้สูงทะลุหลักหมื่นล้านชนิดไม่หวั่นวิกฤตตลาดซบเซากันเลยทีเดียว


ความเสียหายอันยิ่งใหญ่จากภัยแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาล สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียจากภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถรับมือได้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้กองซากปรักหักพังก็คือ การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการพังทลายของสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้มีการป้องกันหรือรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหว


นับตั้งแต่ต้นปี 2558 มา อาจจะเรียกได้ว่าปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีทองของหลายๆธุรกิจ เนื่องจากผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ซึมเซามาหลายเดือนต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ตลาดวัสดุก่อสร้างที่ยอดขายไม่กระเตื้องตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งแม้ว่าหลายคนอาจจะฝากความหวังไว้ที่โครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ หากโครงการที่ยังไม่เดินเครื่องทำให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างหลายตัวติดลบไปหลายเปอร์เซ็น


นับว่าเป็นข่าวดีรับครึ่งปีแรกหลังจากที่โครงการเมกะโปรเจ็คส์ของรัฐบาลคืบไปอีกขั้น! โดยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวดีจากกระทรวงคมนาคมว่ารัฐบาลไทยจับมือญี่ปุ่นเตรียมลงนาม MOU รถไฟความเร็วสูงสายเหนือในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งแน่นอนว่าข่าวดีนี้ย่อมเป็นผลดีต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการที่กระจายตัวพร้อมสำหรับการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆต้อนรับเมืองท่าหน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงกันมาหลายระลอก ซึ่งหากรอบนี้รัฐบาลสามารถลั่นฆ้องชัยได้จริงเราอาจจะได้มีโอกาสได้เห็นโครงการใหม่ๆเริ่มกลับมาตื่นตัวกันอีกครั้ง


ราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ทำเลย่านใจกลางกรุงเทพฯเป็นทำเลทองฝังเพชร ก่อนหน้านี้อาจจะไม่มีใครเชื่อว่าจะเห็นคอนโดมิเนียมราคา 400,000 บาทต่อ ตร.ม. เปิดขาย หากหลังจากที่ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่อาจพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ ตร.ว.ละ 1 ล้านบาท ในทำเลย่านสีลม อาจจะทำให้ราคาคอนโดมิเนียมหลักสิบล้านกลายเป็นราคามาตรฐานไปแล้วสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ