สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการหมายมั่นปั้นมือที่จะขยายตลาดออกสู่อาเซียนมากถึงมากที่สุด เพราะในสายตาประเทศเพื่อนบ้านของเรา สินค้าแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับจากตลาดในระดับหนึ่ง ดังนั้นโอกาสในการเข้าไปทำตลาดจึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงไม่แพ้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ซึ่งหลังจากที่ภาครัฐมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเร่งหาพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อสร้างช่องทางและโอกาสในการลุยตลาด AEC อย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทองไป


แม้ผ่านมาเกือบครึ่งทางของปี 2558 แล้ว แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ทำให้บรรยากาศของการซื้อขายในแวดวงธุรกิจไม่คึกคักเอาเสียเลย แต่ก็ใช่ว่าจะเงียบเหงาไปเสียทั้งหมด เพราะมีกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ที่สามารถฝ่าลมฝนและอุปสรรคสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นได้และพิชิตเป้าหมายรายได้ชนิดเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้


ย่างเข้าสู่กลางปี 2558 แล้ว แต่บรรยากาศในภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศของเรายังไม่ร้อนแรงเหมือนแสงอาทิตย์ขณะนี้ ซึ่งแม้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญหน้ากับมรสุมเศรษฐกิจและภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาฯ แต่หลายบริษัทก็สามารถทำยอดขายโครงการได้สูงทะลุหลักหมื่นล้านชนิดไม่หวั่นวิกฤตตลาดซบเซากันเลยทีเดียว


ความเสียหายอันยิ่งใหญ่จากภัยแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาล สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียจากภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถรับมือได้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นภายใต้กองซากปรักหักพังก็คือ การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการพังทลายของสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้มีการป้องกันหรือรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหว


นับตั้งแต่ต้นปี 2558 มา อาจจะเรียกได้ว่าปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีทองของหลายๆธุรกิจ เนื่องจากผลกระทบของภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ซึมเซามาหลายเดือนต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ตลาดวัสดุก่อสร้างที่ยอดขายไม่กระเตื้องตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งแม้ว่าหลายคนอาจจะฝากความหวังไว้ที่โครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ หากโครงการที่ยังไม่เดินเครื่องทำให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างหลายตัวติดลบไปหลายเปอร์เซ็น


นับว่าเป็นข่าวดีรับครึ่งปีแรกหลังจากที่โครงการเมกะโปรเจ็คส์ของรัฐบาลคืบไปอีกขั้น! โดยในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีข่าวดีจากกระทรวงคมนาคมว่ารัฐบาลไทยจับมือญี่ปุ่นเตรียมลงนาม MOU รถไฟความเร็วสูงสายเหนือในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งแน่นอนว่าข่าวดีนี้ย่อมเป็นผลดีต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการที่กระจายตัวพร้อมสำหรับการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆต้อนรับเมืองท่าหน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงกันมาหลายระลอก ซึ่งหากรอบนี้รัฐบาลสามารถลั่นฆ้องชัยได้จริงเราอาจจะได้มีโอกาสได้เห็นโครงการใหม่ๆเริ่มกลับมาตื่นตัวกันอีกครั้ง


ราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ทำเลย่านใจกลางกรุงเทพฯเป็นทำเลทองฝังเพชร ก่อนหน้านี้อาจจะไม่มีใครเชื่อว่าจะเห็นคอนโดมิเนียมราคา 400,000 บาทต่อ ตร.ม. เปิดขาย หากหลังจากที่ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่อาจพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ ตร.ว.ละ 1 ล้านบาท ในทำเลย่านสีลม อาจจะทำให้ราคาคอนโดมิเนียมหลักสิบล้านกลายเป็นราคามาตรฐานไปแล้วสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ



อีกหนึ่งแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ก็คือ การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งนอกจากจะดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยวจากชาวไทยและต่างชาติแล้ว อาจจะยังเป็นการนำร่องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิด AEC ในสิ้นปีนี้ด้วย โดยสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์แล้วอาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯอีกทางหนึ่งด้วยเช่นกัน หลังจากที่โครงการอสังหาฯในต่างจังหวัดเงียบเหงาไปหลังกระแสโครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่คลอด


คำถามที่ฮอตในช่วงนี้คือ ถ้าซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมตอนนี้จะต้องเสียภาษีที่ดินอย่างไร? และต้องจ่ายเท่าไหร่? นับว่าเป็นอีกหนึ่งแรงกระเพื่อมสำคัญที่สั่นคลอนตลาดอสังหาฯในไตรมาสแรกนี้ สำหรับกฎหมายภาษีที่ดินที่มีแววว่าจะบังคับใช้จริงโดยรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งแม้ว่าอาจจะเริ่มเก็บแบบค่อยเป็นค่อยไปหรืออาจมีเกณฑ์ผ่อนผันยกเว้นออกมาอีกหลายระลอกตามเสียงสะท้อนของสังคม หากแน่นอนว่าผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายอสังหาฯย่อมต้องมีตามมาแต่จะมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ตลาดและกลุ่มผู้บริโภค


บทพิสูจน์ตลาดอสังหาฯในยามเศรษฐกิจซบเซาก็คือ ความสามารถในการบริหารจัดการและการควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่ ซึ่งในช่วงสองเดือนแรกของปี 2558 บรรยากาศที่ซบเซาของภาคเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางด้านการเมืองสังคมและสภาพคล่องทางการเงินที่ไม่คล่องตัว ทำให้การตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างพร้อมใจยืดระยะเวลาการซื้อขายออกไป ส่งกระทบต่อตลาดอสังหาฯที่พลอยฟ้าพลอยฝนมาตั้งแต่ปีที่แล้วยาวมาจนถึงต้นปีนี้