สกู๊ปเชิงวิเคราะห์


กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่กรมธนารักษ์ออกมาเปิดเผยว่าจะมีการประเมินราคาที่ดินใหม่สำหรับใช้ในปี 2559-2562 ซึ่งแน่นอนว่าในหลายพื้นที่มีการปรับราคาใหม่เกือบยกแผง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดน ที่มีการเตรียมเก็งกำไรกันอย่างถ้วนหน้า รวมไปถึงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่เป็นแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่คาดว่าราคาจะขยับสูงขึ้นถึง 100%


นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาทีเดียวสำหรับการก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งรัฐมนตรีที่เป็นความหวังของภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย สำหรับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐบาลของ คสช. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศขณะนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยสำหรับการกำหนดนโยบายและเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้แรงกดดันมหาศาลทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ



แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและการส่งออกที่ยอดถดถอยลง ทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือสินค้าวัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยผู้ประกอบการแต่ละรายก็มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มีแนวทางที่คล้ายๆกัน ก็คือ การกระจายความเสี่ยงและหันกลับมาพึ่งพายอดขายในประเทศมากขึ้น แม้ว่าอัตราซื้อขายในประเทศจะไม่สูงมากก็ตาม


บรรยากาศเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้การทำธุรกิจต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะถึงแม้ว่าหลายฝ่ายจะคาดหวังถึงนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ดูแนวโน้มแล้วภายในปีนี้คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหลายโครงการแม้จะมียาหอมโปรยออกมาให้หลายฝ่ายได้พอชื่นใจ ทั้งโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายพื้นที่เพื่อเตรียมรับ AEC แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะเริ่มต้นได้ก็ต้องรอเปิดศักราชใหม่ที่ปี 2559


ด้วยสถานการณ์ที่รุมเร้าหลายด้านทั้งวิกฤตภัยแล้ง สภาวะเศรษฐกิจโลกและสภาพเศรษฐกิจของไทยที่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทำให้บรรยากาศการซื้อขายอสังหาฯในประเทศค่อนข้างเงียบเชียบผิดปรกติแม้ว่าจะเข้าสู่ครึ่งปีหลังที่หลายคนฝากความหวังไว้ก็ตาม ซึ่งจากเสียงสะท้อนของผู้ประกอบการที่เดินฝ่ามรสุมวิกฤตมาครึ่งปี หลายรายต่างเห็นพ้องว่าปีนี้ไม่ใช่ปีของเรา! แม้จะมีการจัดโปรโมชั่นอัดแคมเปญ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะได้ผลตอบรับจากผู้บริโภคไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

 

สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญหน้ากับบรรยากาศที่ประชาชนต่างระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากไม่มั่นใจกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่กันถ้วนหน้า ดังนั้นสินค้าที่จะสามารถเติบโตได้ในช่วงวิกฤตก็คือ กลุ่มสินค้าจำเป็นอย่างเช่นกลุ่มปัจจัย 4 และเป็นสินค้าที่ราคาไม่สูงจนเกินไปนัก ซึ่งสำหรับสินค้าในกลุ่มโครงการบ้านและคอนโด แม้จะเป็นสินค้าในกลุ่มปัจจัย 4 แต่ความเกี่ยวเนื่องกับปัจจัยสภาพคล่องและการเงินระยะยาว ทำให้การตัดสินใจซื้อในกลุ่มผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทั้งในกลุ่มโครงการจัดสรรและบ้านสร้างเอง


โครงการขายฝันถึงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในตลาดอุปโภคบริโภค ทำให้หลายฝ่ายเริ่มประเมินอีก 6 เดือนที่เหลือของปี 2558 ว่า จะมีโอกาสฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาอยู่ขณะนี้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้สภาพคล่องแต่ละธุรกิจอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้มากนัก โดยเฉพาะในฝั่งตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขณะนี้ผู้ประกอบการแต่ละเจ้าเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ให้ความสำคัญกับตลาด “เงินเย็น” หรือ กลุ่มสินค้าที่เน้นตอบโจทย์คุ้มค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองได้ในอนาคต


ตลาดค้าวัสดุก่อสร้างเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการหมายมั่นปั้นมือที่จะขยายตลาดออกสู่อาเซียนมากถึงมากที่สุด เพราะในสายตาประเทศเพื่อนบ้านของเรา สินค้าแบรนด์ไทยได้รับการยอมรับจากตลาดในระดับหนึ่ง ดังนั้นโอกาสในการเข้าไปทำตลาดจึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงไม่แพ้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ซึ่งหลังจากที่ภาครัฐมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเร่งหาพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อสร้างช่องทางและโอกาสในการลุยตลาด AEC อย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทองไป


แม้ผ่านมาเกือบครึ่งทางของปี 2558 แล้ว แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ทำให้บรรยากาศของการซื้อขายในแวดวงธุรกิจไม่คึกคักเอาเสียเลย แต่ก็ใช่ว่าจะเงียบเหงาไปเสียทั้งหมด เพราะมีกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ที่สามารถฝ่าลมฝนและอุปสรรคสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นได้และพิชิตเป้าหมายรายได้ชนิดเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้


ย่างเข้าสู่กลางปี 2558 แล้ว แต่บรรยากาศในภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศของเรายังไม่ร้อนแรงเหมือนแสงอาทิตย์ขณะนี้ ซึ่งแม้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะต้องเผชิญหน้ากับมรสุมเศรษฐกิจและภาวะชะลอตัวของตลาดอสังหาฯ แต่หลายบริษัทก็สามารถทำยอดขายโครงการได้สูงทะลุหลักหมื่นล้านชนิดไม่หวั่นวิกฤตตลาดซบเซากันเลยทีเดียว