สกู๊ปเชิงวิเคราะห์

หากจำกันได้สักช่วงประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่มีคอนโดมิเนียมผุดขึ้นราวดอกเห็ดทั่วกรุงเทพมหานคร โครงการคอมมูนิตี้มอลล์หรือศูนย์การค้าขนาดเล็กในกรุงเทพฯก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมามีการขยายตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนขณะนี้มีพื้นที่ของโครงการขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1.1 ล้านตารางเมตรแล้ว
อีกไม่ถึงเดือนก็จะก้าวเข้าสู่เวทีอาเซียนอย่างเต็มตัว แต่จากปัจจัยอื่นๆรอบด้านแล้ว ปี 2559 อาจจะไม่ใช่ปีที่ง่ายดายนักสำหรับภาคธุรกิจเพราะอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในภาวะติดลบ ดังนั้นสิ่งที่ยังคงเห็นผลได้ชัดเจนที่เป็นบวกอยู่ในขณะนี้คือ ภาคการท่องเที่ยว ดังนั้น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องจึงยังพอเห็นหนทาง และยังคงตั้งเป้ากันได้ถูกทิศ โดยในส่วนของตลาดอสังหาฯ ในกลุ่มตลาดเชิงพาณิชย์ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่พักให้เช่าหรือแม้แต่กลุ่มโครงการค้าปลีกขนาดเล็ก-ใหญ่ ต่างก็เตรียมขยับตัวไปพร้อมๆกับการเปิดอาเซียน และตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวมากขึ้น


นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดของไทยอย่างพม่า ที่หลังจากผ่านพ้นการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการมาแล้ว หลายฝ่ายต่างจับตาว่าเมียนม่าร์จะหันธงมุ่งหน้าไปทางไหน ซึ่งแน่นอนว่า การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC คือเป้าหมายหลัก แต่ เมียนม่าร์ ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มาแรงในเวทีอาเซียนอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะได้มีการเตรียมความพร้อมในด้านการส่งเสริมการลงทุนต่างๆอย่างครอบคลุม เหลือเพียงแต่รอเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น


แม้ว่าจะมีมาตรการทางด้านภาษีและการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกมากระตุ้นตลาดอสังหาฯให้คึกคักได้อีกวาระ แต่จากกำหนดระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น อาจจะทำให้ผลตอบรับที่ได้ยังไม่สามารถเป็นตัวชี้ชัดทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559 ได้อย่างเต็มร้อย เพราะโดยภาพรวมของสภาวะเศรษฐกิจในบ้านเราปีหน้านั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างปัจจัยบวกให้แก่ภาคเศรษฐกิจของเราให้ฟื้นคืนได้โดยไว แต่อย่างน้อยมาตรการที่ภาครัฐได้ผลักดันให้เกิดขึ้น ก็ทำให้ภาพรวมของตลาดอสังหาฯยังไม่ถึงกับร่อแร่สาหัสจนเกินไปนัก


อาจจะเรียกว่าเป็นแนวหลังก็ว่าได้ สำหรับตลาดค้าวัสดุก่อสร้างที่ยังคงต้องพึ่งพาหัวเรือใหญ่อย่างอุตสาหกรรมก่อสร้างในการขับเคลื่อนตลาดของตัวเอง ซึ่งแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยไม่เคยหยุดนิ่ง แต่จากปัจจัยที่ผันผวนหลายประการ ก็ส่งผลต่อตลาดวัสดุก่อสร้างในประเทศไม่น้อยเช่นกัน และยิ่งหากเอ่ยถึงโอกาสในตลาดของเวที AEC ด้วยแล้ว ตลาดวัสดุก่อสร้างอาจจะถึงเวลาที่ต้องก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่เพื่อสร้างจุดยืนให้กับตัวเองในแผนที่ธุรกิจนี้


มาตรการกระตุ้นอสังหาฯของภาครัฐอาจมาช้าเกินไป เพราะขณะนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ที่อีกเพียง 2 เดือน ก็จะสิ้นปี 2558 แล้ว แต่ภาพรวมของตลาดอสังหาฯที่ติดลบมาเกือบปี อาจทำให้ช่วงที่เหลือของปีนี้เป็นการโยนหินถามทางของทั้งฝั่งภาครัฐและผู้ประกอบการ เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่ในขณะนี้ติดหล่มปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทย


กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่กรมธนารักษ์ออกมาเปิดเผยว่าจะมีการประเมินราคาที่ดินใหม่สำหรับใช้ในปี 2559-2562 ซึ่งแน่นอนว่าในหลายพื้นที่มีการปรับราคาใหม่เกือบยกแผง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดน ที่มีการเตรียมเก็งกำไรกันอย่างถ้วนหน้า รวมไปถึงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่เป็นแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่คาดว่าราคาจะขยับสูงขึ้นถึง 100%


นับว่าเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาทีเดียวสำหรับการก้าวเข้ามาเป็นอีกหนึ่งรัฐมนตรีที่เป็นความหวังของภาคเศรษฐกิจของประเทศไทย สำหรับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ภายใต้รัฐบาลของ คสช. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศขณะนี้ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยสำหรับการกำหนดนโยบายและเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้แรงกดดันมหาศาลทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ



แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและการส่งออกที่ยอดถดถอยลง ทำให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้าไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือสินค้าวัสดุก่อสร้างประเภทต่างๆได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยผู้ประกอบการแต่ละรายก็มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มีแนวทางที่คล้ายๆกัน ก็คือ การกระจายความเสี่ยงและหันกลับมาพึ่งพายอดขายในประเทศมากขึ้น แม้ว่าอัตราซื้อขายในประเทศจะไม่สูงมากก็ตาม


บรรยากาศเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้การทำธุรกิจต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะถึงแม้ว่าหลายฝ่ายจะคาดหวังถึงนโยบายหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ แต่ดูแนวโน้มแล้วภายในปีนี้คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหลายโครงการแม้จะมียาหอมโปรยออกมาให้หลายฝ่ายได้พอชื่นใจ ทั้งโครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในหลายพื้นที่เพื่อเตรียมรับ AEC แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะเริ่มต้นได้ก็ต้องรอเปิดศักราชใหม่ที่ปี 2559