สกู๊ปเชิงวิเคราะห์

สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยขณะนี้ยังคงต้องจับ ตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหลายประการ โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคมและบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าที่ยังไม่คลายทุกข์ของประชาชนชาวไทย ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะยังคงเน้นย้ำถึงหน้าที่และการก้าวต่อไปข้างหน้า แต่จากสถานการณ์ตลาดที่ยังคงซบเซามาตั้งแต่ต้นปีก็อาจจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีต้อนรับโค้งสุดท้ายปลายปี 2559 ก็ว่าได้ หลังจากที่ภาครัฐไฟเขียวเดินหน้าเมกะโปรเจ็กต์คมนาคมทั้งโครงการรถไฟรางคู่และโครงการมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมต่อแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศด้วยงบการลงทุนกว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งแต่ละโครงการรัฐบาลจะทยอยเซ็นอนุมัติตั้งแต่ ต.ค. ปีนี้ ไปจนถึงปี 2560 ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคก่อสร้างให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในปีหน้านี้ ส่วนภาคธุรกิจไหนจะได้รับอานิสงค์อีกบ้างนั้น ก็คงจะหนีไม่พ้นภาคอสังหาฯที่เตรียมทยอยเข็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆเข้าสู้ในตลาดอีกครั้ง

อาจจะไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นได้บ่อยนักที่กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาฯจะพร้อมใจกันทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าในตลาดระดับบนกันแบบไม่ได้นัดหมาย ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจจะมาจากต้นทุนราคาที่ดิน ราคาวัสดุก่อสร้าง ราคาค่าแรงที่ทะยานพุ่งสูงขึ้น แต่อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ ในบรรยากาศที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวดีนั้น กลุ่มลูกค้าตลาดระดับบนที่มีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งกว่าย่อมเป็นเป้าหมายที่ผู้ประกอบการต่างอยากยื้อแย่งให้มาเป็นลูกค้ารายสำคัญ

เป็นที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 4 เดือนโค้งสุดท้ายของปี 2559 หลังจากที่ ครม.มีมติไฟเขียวในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของระบบราง และมีการผลักดันเรื่องพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ต่างๆ โดยรวมแล้วสิ่งเหล่านี้มีผลดีต่อภาคอสังหาฯ มากน้อยแค่ไหน และสำหรับมุมมองของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แล้ว โครงการเมกะโปรเจ็กต์ชิ้นไหนจะมาวินมากกว่ากัน...

อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่งของประเทศไทย เมื่อมีการลงประชามติในการรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา เพราะแน่นอนว่าหากมีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งในมุมมองของแวดวงธุรกิจแล้ว การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะส่งผลต่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์อะไรบ้าง โดยเฉพาะในส่วนของโครงการของกระทรวงคมนาคมที่ลุ้นกันมาหลายรัฐบาลแล้วว่าจะได้เกิดหรือไม่ได้เกิด

หลังจากที่งัดทุกกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขายในครึ่งปีแรกแล้ว อีก 5 เดือนที่เหลือของปี 2559 บรรดาผู้ประกอบการยังมีแนวโน้มจะใช้วิธีทุ่มเททำการตลาดเช่นเดิม เพื่อรักษายอดขายให้ทะลุเป้าไว้ โดยเฉพาะบรรดาผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ยังพอมีสายป่านให้ไปต่อ แต่สำหรับรายกลาง-รายเล็กแล้ว ปีนี้อาจจะต้องพักตัวถนอมไว้เล่นเกมใหม่ในปีหน้า ที่ยังมีประเด็นภาษีที่ดินโฉมใหม่ในปี 2560 รออยู่

  มีสัญญาณแหวกกระแสจากผู้ค้าเหล็กว่าราคาเหล็กจะมีการขยับขึ้นราคาอีกแล้ว!! ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อาจจะต้องเล่นเกมวัดใจกัน เนื่องจากต้นทุนอาจสูงขึ้นแต่ราคาขายโครงการอสังหาฯยังขยับลำบากเพราะผู้บริโภคในปัจจุบันอาจจะยังไม่พร้อมที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

ผ่านไตรมาสแรกของปี 2559 มาแบบไม่ค่อยคึกคัก แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯจากรัฐบาลมาเป็นระลอก ทั้งโครงการบ้านประชารัฐ หรือ มาตรการลดค่าธรรมเนียมอสังหาฯ ที่หวังกระตุ้นกำลังซื้อตลาดอสังหาฯให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง แต่จากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาทั้งภายในประเทศและนอกประเทศ ก็ยังไม่สามารถเรียกศรัทธาจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้ ทำให้ตลาดอสังหาฯขยายตัวได้อย่างจำกัด ทั้งตลาดโครงการจัดสรร และตลาดรับสร้างบ้าน ที่ตอนแรกต่างคาดหวังไว้กับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯมากพอสมควร

 กระแส “สโลว์ไลฟ์” ที่ฮอตฮิตในโลกโซเชียล กำลังจะกลายเป็น
เทรนด์สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในขณะนี้ด้วยเช่นกัน เพราะบรรยากาศการซื้อขายในขณะนี้เรียกได้ว่าต้อง “สโลว์” เพื่อต่อ “ไลฟ์” ของตัวเองกันแทบทั้งนั้น เพราะลักษณะเศรษฐกิจไทยขณะนี้กำลังเดินหน้าไปแบบเนิบๆ ส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดเช่นกัน ดังนั้นการเปิดตัวโครงการใหม่ช่วงนี้จึงยังผ่อนสั้นผ่อนยาวดูสถานการณ์เป็นระยะ และที่สำคัญเริ่มเจาะตลาดแบบนิชมาร์เก็ตกันมากขึ้นเพื่อป้องกันการปิดการขายแบบสโลโมชั่น

 

นักลงทุนมั่นใจ! ตลาดเฟอร์นิเจอร์ไม่หยุดร้อนแรง ผู้ประกอบการแข่งอัดแคมเปญเดือดตั้งแต่ต้นปี  จับตากระแสจับคู่พันธมิตรระหว่างรายใหญ่-รายกลางบี้ตลาด ลดช่องว่างระหว่างคู่แข่ง หวังเพิ่มยอดขายขยายยอดส่วนแบ่งการตลาด